สั่งซื้อผ่านทาง :

คลิก

Call Center : 082-245-6636


Support
Cosmetic Factory
Hot Line: 082 360 5666, 083 256 3555 (Whatsapp&Line)
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 2018-05-17 17:30:36.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  การเขียนฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้อง

ฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้อง ตามกฏอย.

เครื่องสำอางทุกชนิด ทุกประเภท ต้องมีฉลากภาษาไทย

โดยระบุข้อความ ดังต่อไปนี้

1. ชื่อเครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า

2. ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง

3. ชื่อสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนประกอบ

4. วิธีใช้

5. คำเตือน (ถ้ามี)

6. ชื่อที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

7. ปริมาณสุทธิ

8. เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต

9. เดือนปีที่ผลิต

10. เดือนปีที่หมดอายุ (กรณีเครื่องสำอางค์ที่มีอายุการใช้งานน้อยกว่า 30 เดือน)

11. เลขที่ใบรับแจ้ง

 

     กรณีภาชนะบรรจุเครื่องสำอางมีขนาดพื้นที่น้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร

อย่างน้อยต้องแสดงข้อความ ดังนี้   ชื่อเครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า, เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต, เดือนปีที่ผลิต, และเลขที่ใบรับแจ้ง

          ส่วนข้อความอื่นให้แสดงในใบแทรก

 

     ผู้ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

     มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

guest
Yaya
- Guest -

Post : 2015-07-23 16:09:09.0     Forum: สอบถาม  >  ต้องการที่จะมีธุรกิจครีม เป็นของตัวเอง ต้องทำอย่างไรบ้างคะ และต้องใช้เงินทุนเท่าไรคะ

 อยากจะมีธุรกิจครีมแก้สิว ต้องทำอย่างไรบ้างคะ ใช้เงินทุนเท่าไรคะ

guest
ประภาพักตร์
- Guest -

Post : 2015-04-07 08:21:41.0     Forum: สอบถาม  >  สูตรสบู่รกแกะ

 อยากทำสบู่ขายค่ะ สูตรรกแกะ คอลลาเจนทองคำ พอมีสูตรรับผลิตไมค่ะ แนะนำด้วยค่ะ

guest
นันทิชา
- Guest -

Post : 2014-09-24 20:13:50.0     Forum: สอบถาม  >  อยากมีครีมทาหน้าขาวใสเป็นแบรนของตัวเองต้องใช้ทุนเท่าไหร่คะ?

 พอดีว่าสนใจอยากจะลองทำธุรกิจขนาดเล็กเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส

ต้องใช้ทุนเท่าไหร่คะ และควรทำยังไงช่วยแนะนำด้วยค่ะ

guest
ศิริพร
- Guest -

Post : 2014-05-06 19:11:04.0     Forum: สอบถาม  >  ต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ครีมบีบีทาตัวต้องใช้ทุนเท่าไรคะ

 สวัสดีค่ะ

ดิฉันอยากมีแบรนด์บีบีครีมทางตัวขาว เป็นของตัวเองต้องทำยังไงบ้างค่ะ ต้องใช้ทุนเท่าไรคะ กรุณาแนะนำด้วยค่ะ

กรุณาส่งขอมูลให้ดิฉันหน่อยนะคะ 

................................ขอบคุณค่ะ...................................

guest

Post : 2014-03-08 17:01:16.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  9 อันดับสารไวท์เทนนิ่ง

9 อันดับสารไวท์เทนนิ่ง ที่เป็นที่นิยม

1. Alpha Arbutin อัลฟ่าอาร์บูติ ส่วนประกอบครีมที่ยอดเยี่ยม อัลฟาอาร์บูติมีประสิทธิภาพมากและมีประสิทธิภาพแตกต่างจากอาร์บูติอื่น ๆ

2. Licorice PT40  รากชะเอมเป็นส่วนผสมที่ดีสำหรับผิวขาววัตถุประสงค์และเป็นที่รู้จักสำหรับความสามารถพิเศษในการยับยั้งการผลิตไทโรซิเนส (ตัวเร่งปฏิกิริยาการผลิตเมลานิน)  และสารที่มีส่วนประกอบต้านการอักเสบจึงสามารถช่วยลดผลกระทบต่อการถูกแดดเผา


3. วิตามิน B3 มันมักจะเรียกว่า เอไมด์ไนอาซินเนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระและความสามารถในการต้านการอักเสบของ มันยับยั้งการผลิตเมลานิน มันช่วยให้คุณมีผิวขาวอย่างเต็มที่


4 วิตามิน C เป็นสารไวท์เทนนิ่งที่ดี และเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอย วิตามินซีสามารถลดการผลิตเมลานินในผิว 10% ขึ้นไป นอกจากนี้วิตามินซีมีแมกนีเซียมฟอสเฟตซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งมากที่สุด นอกจากนี้วิตามินซีมีอำนาจในการปกป้องผิวจากแสงไฟยูวี


5. กลูตาไธโอน มักจะพบได้ในสบู่, ครีม, โลชั่นและบางทีในยาเม็ด คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้คุณมีผิวขาว


6. อาร์บูติเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมที่ผลิตจากใบ Bearberry, แครนเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ เป้าหมายหลักของมันคือการป้องกันยับยั้งมีการผลิตในร่างกายของไทโรซิเน


7. ใบหม่อนได้รับรางวัลเหรียญเงินสารที่ผลิตจากรากพืชหม่อน หม่อนจะดีกว่าทางเลือกอื่น ๆ เช่น hydroquinone และกรดโคจิก จำนวนเล็กน้อยหม่อนมีผลดีมากเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่สูงของ hydroquinone และกรดโคจิก


8. โคจิก ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนผลิตในร่างกายและเป็นอุปสรรคต่อการก่อตัวของเมลานิน หลักกรดโคจิกที่ผลิตจากตระกูลเห็ดหมักและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิต 'ไวน์ข้าว' 


9. มะละกอ เป็นสารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เอนไซม์มะละกอถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของสบู่


 

guest

Post : 2013-09-03 19:24:24.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  สเตียรอยด์ในครีม...อันตราย

สเตียรอยด์ คือ สารที่สังเคราะห์ขึ้นจากต้นแบบ Cortisol 

(Cortisol คือ ฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อชีวิต
ถ้าขาดฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์จะมีผลอย่างมากต่อเซลล์ของร่างกาย)
ในทางการแพทย์ได้พัฒนาความแรงของ Cortisol เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
และมีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับโรคบางอย่างที่ต้องการมากขึ้น
ผลิตเป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค
รวมถึงใช้ทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้

 

โดยยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นี้
*กฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ

 

หลายคนอาจรู้จักสเตียรอยด์ในรูปแบบที่ต่างกัน เช่น
ยาผีบอก ยาหม้อ ยาลูกกลอน ยาทาแก้แพ้ ที่ใช้รักษาได้สารพัดโรค
ส่วนใหญ่ในทางการแพทย์จะนำสเตียรอยด์ มาใช้ในการฉีดผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด
หรืออ่อนเพลีย คนไข้ปวดข้อ ปวดกระดูก
ส่วนในด้านการรักษาสิวและความงาม ซึ่งเป็นด้านที่หมอเชี่ยวชาญและทำงานอยู่
จะมีการนำยาสเตียรอยด์ มาใช้ในการรักษาสิว ทั้งรูปแบบของการฉีดสิว
ให้ครีมไปทาซึ่งส่วนใหญ่คนไข้จะรู้จักในนามของ ยาแก้แพ้ ยาทา7วัน ยาแก้ผดผื่น
โดยที่ไม่ทราบว่ามันคือ ยาสเตียรอยด์

และที่ระบาดมากในปัจจุบันคือ ครีมที่ขายตามตลาดนัด ครีมหน้าขาวต่างๆ
 

รวมถึงมาส์คที่อวดอ้างสรรพคุณเห็นผลใน 1 คืน

น้อยคนทีจะรู้ว่ามันมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ และไม่รู้ถึงประโยชน์และโทษของมัน
ถ้าร่างกายได้รับเข้าไปจนมากเกินที่ร่างกายจะรับได้


- โทษร้ายของสเตียรอยด์ -

 

หน้าบวมกลม (เรียกว่า หน้าพระจันทร์) , หลังเป็นโหนก , กระเพาะอาหารเป็นแผล
ภาวะติดเชื้อง่าย , กระดูกพรุน , ความดันโลหิตสูง , กดการเจริญเติบโตในเด็ก


วันนี้เราจึงมีวิธีทดสอบ(อย่างง่าย)ว่าในเครื่องสำอางค์ที่ใช้อยู่นั้นมี สารสเตียรอยด์อยู่หรือไม่

วิธีการตรวจหาสารสเตียรอยด์
ทาครีมบริเวณข้อพับ หรือท้องแขน แล้วปิดพลาสเตอร์ไว้ 6 ชั่วโมงแล้วแกะออก  

ผลที่ได้รับ
 : ถ้าสีผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นซีดผิดปกติ แสดงว่ามีสารสเตียรอยด์ี



 

 

guest

Post : 2013-05-18 12:47:41.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ผล หลังเลิกใช้สารอันตราย ปรอท ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์ (คลิปวิดีโอ)

ขอขอบคุณผู้จัดทำทุกรายการนะคะ ทางบริษัทขอนำมาเผยแพร่เพื่อให้เป็นความรู้ ความเข้าใจกับผู้บริโภค

 

โทษของการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์   http://www.youtube.com/watch?v=uyXmIsil1t4&feature=youtube_gdata_player
 

หญิงแย้สอนปรับตัวอยู่กับหน้าพังๆ    https://socialcam.com/v/UB98mAQ8?autostart=true

 

ครีมหน้าขาว อาจทำให้สาวๆหน้าพัง  http://www.youtube.com/watch?v=A9n3-vPGkls&feature=youtube_gdata_player

 

การทดสอบการแพ้เครื่องสำอาง http://www.youtube.com/watch?v=yVXXWUENgX8

guest

Post : 2012-11-29 23:24:42.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ต้นกำเนิดแห่งการเกิดสิว

 

ต้นกำเนิดแห่งการเกิดสิว
1.    เกิดความผิดปกติในการสร้างเซลล์ผิวชั้นเคราทิน โดยเซลล์ผิวหนังเกาะตัวกันเหนียวหนืดมากขึ้น ก่อให้เกิดการอุดตัน
2.    ต่อมไขมันผลิตซีบัม หรือไขมันมากเกินความจำเป็นแต่ไม่สามารถลำเลียงสู่ผิวชั้นบนได้เนื่องจากเกิดการอุดตันบริเวณท่อเปิด นานวันไขมันก็ถูกสร้างและสะสมกันเป็นก้อน
3.     เชื้อแบคทีเรีย p.acnes การแบ่งตัวเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ก่อให้เกิดการอักเสบ
4.    การอักเสบ อาจเกิดจากการถูกกระตุ้นโดยเชื้อแบคทีเรียหรือสาเหตุอื่นๆ ทำให้ลุกลามขยายตัว ส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง กลายเป็นแผล                                    
สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดสิว แตกต่างกันไปแต่ละคน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม อารมณ์ ความเครียด ฮอร์โมน เครื่องสำอาง ภมิอากาศ การเสียดสี ยา (โดยเฉพาะกลุ่มสเตรียรอยด์ ยากันชัก ไอโอดีน)
 
สิวแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1.    สิวอุดตันหัวปิด ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆคล้ายผดสีเนื้อ ไม่มีรูเปิด บางครั้งมองไม่ชัดแต่หากใช้มือลูบจะสัมผัสได้ถึงไขมันมราฝังตัวอยู่ใต้ผิว
2.    สิวอุดตันหัวเปิด หรือที่เรียกกันว่าสิวหัวดำ ละกษณะเป็นรูเปิดเล็กๆ และมีจุดดำตรงกลาง ซึ่งจุดดำที่เห็นคือไขมันนั่นเอง
3.    สิวอักเสบ ลักษณะเป็นสิวเม็ดแดง บวม กดเจ็บ มักพัฒนาจากสิวอุดตัน เกืดการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรีย p.acnes
4.    สิวหัวช้างคือสิวอักเสบที่เม็ดใหญ่มากๆ อาจมีหนองสีเหลืองด้านบน มักมีอาการปวดร่วมด้วย เป็นสิวที่มีโอกาสฝากรอยแผลเป็นไว้บนหน้ามากที่สุด
นอกจากนี้ยังสามารถแยกย่อยเป็นกลุ่มพิเศษได้อีกหลายชนิด เช่น
-          สิวเขตร้อน พบมากในประเทศเขตร้อน ลักษณะเป็นผดเล็กๆบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จัดเป็นสิวเทียมหายได้เมื่ออากาศเย็นลง
-          สิวเสียดสี เกิดจากการกระตุ้นด้วยแรงกดหรือแรงเสียดทานต่อผิว อาจพบเป็นสิวผดเล็กๆบริเวณที่เกิดการเสียดสีบ่อยๆ
-          สิวที่เกิดจากสารเคมี ใบหน้าจะมีสิวอุดตัน โดยเฉพาะหัวดำรวมตัวกันหนาแน่น มักพบในคนที่ทำงานสัมผัสกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดสิว เช่นน้ำมัน ปิโตรเลี่ยม สารกลุ่มไฮโดรคาร์บอน คลอรีน สารกลุ่มสเตียรอยด์

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือเคล็ดลับผิวใสสไตล์ญี่ปุ่น

guest

Post : 2012-11-16 15:35:44.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ศัตรูของผิว 3

บุหรี่

ผู้ที่สูบบุหรี่มากจะทำให้แก่ก่อนวัย เพราะเพียงแค่เราสูบบุหรี่เข้าไปหนึ่งครั้ง

ปอดของเราก็จะผลิตสารอนุมูลอิสระได้ไม่ต่ำกว่าล้านตัว ซึ่งสารอนุมูลอิสระ

เหล่านี้จะไปกระตุ้นปฏิกิริยาการอักเสบทั่วทั้งตัวของเหล่าผู้สูบบุหรี่

วิธีแก้ไข

ถ้าหากคุณยังอยากมีผิวหน้าที่เหมาะสมกับอายุ คุณก็อย่าคิดที่จะสูบบุหรี่

หรือถ้าตอนนี้คุณสูบบุหรี่อยู่ คุณก็ควรที่จะเลิกสูบมัน สำหรับผู้ที่ไม่เคย

สูบบุหรี่เลย เราขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะไปยังที่ต่าง ๆ ที่มีผู้

สูบบุหรี่เยอะนะคะ เพื่อสุขภาพผิวของตัวคุณเอง

guest

Post : 2012-11-07 17:36:30.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ศัตรูของผิว 2

คาเฟอีน

กาเฟอีนเป็นสารที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ นำไปสู่ความแก่ชรา

แถมยังไปยับยั้งการซ่อมแซม DNA  และทำให้ตับขจัดพิษได้ช้าลง

วิธีแก้

ควรดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วย แล้วอย่าเลือกกาแฟดีแคฟ  เพราะน้ำมันและกรดในกาแฟ

อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารขอร่างกายได้ และจากการค้นคว้าเกี่ยวกับกาแฟดีแคฟนั้น

ทำให้รู้ว่า กาแฟดีแคฟสามารถเพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือดเราได้เ็ร็วและสูงกว่ากาแฟปกติ

 

guest

Post : 2012-10-30 18:50:41.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ศัตรูของผิว

แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด เพราะสามารถซึมเข้ากระแสเลือดโดยตรง

ผลข้างเคียงหลัก ๆ จากการดื่มคือภาวะสูญเสียน้ำ แอลกอฮอล์จึงเป็นศัตรูของผิวอย่างแท้จริง

เคล็ดลับ

- ดื่มน้ำ 1 แก้ว ควบคู่ไปกับการดื่ใแอลกอฮอล์แต่ละแก้ว

- การดื่มไวน์แดงควบคู่ไปกับการทานอาหาร จะได้สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย

ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์จะก่อให้เกิดประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อ

เราดื่มมันอย่างถูกวิธี

guest

Post : 2012-10-22 17:11:09.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  วิธีดูแลผิวช่วงวัยรุ่น

ช่วงวัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่าง เช่น ผิวบริเวณใบหน้ามีความมันและมีสิวขึ้นเสียงแตกต่างจากเดิม ร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ฯลฯ 

วันนี้จึงขอแนะนำวิธีดูแลผิวสำหรับวัยรุ่นเพียงง่าย ๆ คะ

- ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผลิตมาจากธรรมชาติ อย่าใช้สบู่เด็ดขาด เพราะสบู่จะมีค่า PH  

 เกินระดับ 5 ซึ่งอาจจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้

- อย่าขัดผิว เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองได้เช่นกัน

- ห้ามบีบสิว เพราะอาจมีรอยแผลเป็นจากสิวติดหน้าไปตลอดชีวิต

- หากอยากแต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด ควรใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเท่านั้น

- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เวลา 11.00-16.00 น. หากจำเป็นต้องไปทำธุระช่วงเวลานี้

  คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้อง และต้องทำมาจากธรรมชาติเท่านั้น

guest

Post : 2012-08-10 12:29:18.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  อันตรายจากสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง

ไฮโดรควิโนน เคยเป็นสารที่นิยมใช้กันมากในครีม หรือ โลชั่นป้องกันฝ้า ความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 2 สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานิน โดยขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนสในการออกซิไดซ์ไทโรซิน มิให้เปลี่ยนเป็นโดพา ในขั้นตอนแรกของการสร้างเมลานิน ผลคือลดการสร้างเมลานินของไฮโดรควิโนนเป็นเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ข้อดีคือ ไม่ทำลายเซลล์สร้างสี ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 25 (พ.ศ.2539) ออกตามความในพระราชบัญญํติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ไฮโดรควิโนนยังมีข้อเสียคือ ไม่คงสภาพ ถูกออกซิไดซ์ได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดดและอากาศ โดยเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาล

โมโนเบนโซน เป็นไฮโดรวิโนนโมโนเบนซิลอีเทอร์ ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับไฮโดรควิโนน แต่ทำลายเซลล์สร้างสีผิว ทำให้เกิดรอยด่างขาวเป็นหย่อมๆ อย่างถาวร และเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง โมโนเบนโซนถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 12 พ.ศ. 2525 ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

ปรอทแอมโมเนีย เคยเป็นที่นิยมใช้กันมากเช่นเดียวกับไฮโดรควิโนน ในครีมป้องกันฝ้าเรียกว่า ครีมไข่มุก โดยใช้ในอัตราส่วนไม่เกิดร้อยละ 3.0 ปรอทแอมโมเนียรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือโดยการจับกับไอออนทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้างเมลานิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี่สวนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง เป็นต้น ปรอทแอมโมเนียถูกกำหนดเป็นสารห้ามในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 37 พ.ศ. 2532 ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา

สำหรับผู้ที่เคยผ่านการใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ สารไฮโดรควิโนนหรือ สารสเตียรอยด์ แล้วหยุดใช้อย่างทันทีจะมีปัญหาในเรื่องของหน้าคล้ำ หน้าดำ อาจมีสิวขึ้น หรือบางรายเกิดฝ้าถาวร  ดังนั้นควรถอนยา อย่างถูกต้อง โดยค่อยๆ หยุดใช้ จากที่เคยใช้ทุกวันลดลงเป็นวันเว้นวัน วันเว้นสองวัน วันเว้นสามวัน จนหยุด ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา เป็นเดือน จากนั้นให้ทาอโลเวร่าครีมหรืออโลเวร่าเจล หรือ ซูทสกิน เซรั่ม (อยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์ทรีทเม้นท์ใช้กับเครื่อง) เพียงอย่างเดียวไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ บางรายอาจเป็นเดือน (ในระหว่างนี้สามารถทา ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ไม่สูงมากนัก หรือ ไม่เกิน SPF 40 ได้ ) หลังจากนั้น ค่อยๆ เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเวชสำอาง ถ้าเป็นไวท์เทนนิ่งหรือกลุ่มหน้าขาว ให้เริ่มจากสารแอคทีฟอ่อนๆ ก่อน เช่น วิตามินบีสาม วิตามินซี %ต่ำๆ อาร์บูตินปริมาณต่ำๆ ค่อยๆ ใช้ไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ควรทาอโลเวร่า เจล หรือ ครีม ควบคู่ไปด้วย และไม่ควรกลับไปใช้ยาอีก ถ้าจะใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น
สำหรับการพิจารณาทาครีมว่าครีมไหนควรทาเช้า หรือ ทาก่อนนอนนั้น หลักการง่ายๆ คือ
ถ้าต้องการทากลุ่มหน้าขาวให้ทาตอนเช้า กลุ่มลดริ้วรอยทาตอนกลางคืน จะได้ผลที่ชัดเจนกว่าเรียงลำดับการทาครีมดังนี้
เช้า: ทาครีมบำรุงธรรมดา หรือ ไวท์เทนนิ่ง ตามด้วย กันแดด แล้วแต่งหน้า
ก่อนนอน: ทาครีมบำรุงธรรมดา หรือ ครีมลดริ้วรอย
ข้อควรระวัง
สำหรับครีมกลุ่มไวท์เทนนิ่ง เช่น Li-Arbutin หรือ Blance Expert ควรทาเดี่ยวๆ เพียงตัวเดียวไม่ควรทาคู่กับครีมตัวอื่นๆ เลย เพราะลักษณะของเนื้อครีม เบสครีมใช้โพลิเมอร์ เป็นส่วนผสมเพื่อช่วยให้มีฟีลลิ่งที่ดีในการทาและจะมีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบบนผิวหลังทา เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้น พร้อมทั้งปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ดังนั้น ถ้าทาครีมตัวอื่นโดยเฉพาะกลุ่มกันแดดเนื้อซิลิโคนทับ หลังจากทาแล้ว จะมีปัญหาเรื่องครีมหลุดเป็นขุย เป็นแผ่น ทำให้ลูกค้าคิดว่าครีมไม่ซึม
สำหรับครีมกลุ่มลดริ้วรอย เช่น Perfect Caviar Night Careควรทาเดี่ยวๆ ในตอนกลางคืนเช่นกันด้วยลักษณะเนื้อครีมเจลพิเศษ โดยปกติไนท์ครีมจะเนื้อข้นและหนัก และ มัน แต่ตัวนี้ได้ดีไซน์เนื้อออกมาให้เป็นกึ่งเจลกึ่งครีม ไม่เหนอะ ไม่มันมาก หลังจากใช้ในคืนแรก ตื่นเช้ามาจะพบว่าหน้านุ่มในทันที นี่คือผลลัพธ์ที่ได้เบื้องต้นโดยไม่ต้องรอเวลาและเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง จะพบว่าผิวหน้าเรียบเนียนมากขึ้นและริ้วรอยต่างๆ แลดูตื้นขึ้น ทำให้ผิวหน้าค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

guest

Post : 2012-04-28 10:44:54.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ใครว่า Alpha Arbutin ใช้คู่กับ Vit C, AHA ไม่ดี

จากกระแสทางอินเตอร์เน็ต ที่กล่าวว่า

  '' Alpha - Arbutin ทนความเป็นทนกรดนิดกรดหน่อยก้ไมได้ ร้อนเกิน 30 องศาก็สลาย และวิตามินซี มีฤทธิ์เป็นกรด จะยับยั้งการทำงานของ ไอ้เจ้าArbutin ไม่ว่ามันจะ beta - arbutin หรือ Alpha - Arbutin หรือ Arbutin เฉยๆ ยิ่งถ้า AHA ยิ่งแล้วใหญ่ พังกระเจิง เท่ากับว่ามันไม่ได้ผลอะไรเลย เพราะเจ้าArbutin มันตายก่อนยับยั้งเม็ดสีคุณซะอีก ''

ขอชี้แจงจากเภสัชกร  นักเคมีที่มีประสบการณ์ด้านเวชสำอาง และบริษัทผู้ขาย Alpha Arbutin ดังนี้ค่ะ

 

ที่ว่า Vitamin C มีความเป็นกรด จริงๆแล้ววิตามินซีมีหลาย Type มากค่ะ

วิตามินซีที่ทางโรงงานใช้เป็น type ที่ ละลายในน้ำมันน่ะค่ะ  มันไม่แตกตัวออกมาเป็นกรด  แล้วทำงานตามที่กระทู้นี้อ้างมาแต่อย่างใด

 อัลฟ่า อาร์บูติน ทำงานได้ดีในช่วง pH ที่  3.5-6.5  แต่ที่เห็นผลที่สุดคือ พีเอช 4.5

 
ดังนั้นแทบจะใส่รวมกับเอเอชเอ ได้ค่ะ   เพราะการใส่เอเอชเอนั้น ต้องปรับพีเอชโปรดักส์ให้อยู่ที่ 3.5 เพื่อป้องกันการระคายเคืองอยู่แล้ว

 
ส่วนข้อความในกระทู้  โอกาสเกิดหรือเป็นไปได้ไหม  มันก็มีส่วนอยู่นิดหน่อยค่ะ หากเป็นวิตามินซีละลายในน้ำ   แต่ยังไม่มีผลการทดลองหรือเอกสารใดๆ มารับรองว่า Alpha Arbutin จะเสื่อมประสิทธิภาพค่ะ 

 

guest

Post : 2012-04-22 10:22:07.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  กันแดด SPF 30 ก้อเพียงพอ

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ครีมกันแดดจึงเริ่งเข้ามามีบทบทาทมากขึ้น และคงไม่มีใครปฏิเสธว่ายิ่งค่า SPF ของครีมกันแดดสูงเท่าไรก็จะป้องกันรังสี UV ได้สูงขึ้น จึงทำให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางต่างแข่งขันการผลิตครีมกันแดดที่มีค่า SPF เกินกว่า 100 ที่ตอนนี้มีการวางขายอยู่มากมาย ปัจจุบับญี่ปุ่นออกกฏให้ผลิตครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 เท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นในฉลากจะแสดงเพียง SPF50+ ในความเป็นจริง อัตราการป้องกันจะสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง SPF30 เท่านั้น เมื่อเลยจากจุดนี้ อัตราการป้องกันจะขึ้นอย่างเฉยๆ ดังนั้นวันไหนที่ต้องไปข้างนอกถูกแดดมากๆ ให้ใช้ SPF30-50 ส่วนวันไหนที่ไม่ถูกแดดมาก หรือการใช้ชิวิตประจำวันใช้เพียง SPF 15-20 ก็เพียงพอ นอกจากนี้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงจะมีส่วนผสมของน้ำมันมากทำให้เหนียวเหนอะหนะ

 

ขอบคุณ หนังสือเคล็ดลับผิวใสสไตล์ญี่ปุ่น แปลโดยคุณเสาวนีย์ ภัทรากาญจน์

guest

Post : 2011-08-14 00:11:28.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เรื่องของฝ้า (About Melasma)

คือ  แผ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มบนใบหน้า มักพบได้ที่บริเวณโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง, หน้าผาก, จมูก และเหนือริมฝีปาก ซึ่งเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ในบริเวณผิวหนังทำงานผิดปกติ  ทำให้ส่งเม็ดสีขึ้นมาบนผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมาก ความเข้มของสีผิวจึงไม่สม่ำเสมอ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

 

สาเหตุสำคัญ

     1. ฮอร์โมน   ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนจะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย (เช่น  การตั้งครรภ์ หรือเข้าวัยหมดประจำเดือน)   หรือ ได้รับฮอร์โมนจากภายนอกร่างกาย (เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด หรือการใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่)

     2. รังสีUV   รังสีอัลตร้าไวโอเลต สามารถกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งทำงานมากผิดปกติอยู่แล้วจากอิทธิพลของฮอร์โมน ก็จะยิ่งทำงานมากขึ้นไปอีก เมื่อได้รับรังสี UV จากแสงแดด

 

ยาที่มีผลทำให้เกิดฝ้า

                     สารปรอท   มีฤทธิ์ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี  ทำให้เกิดรอยด่างขาว และยังถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำอันตรายต่อไต  ซึ่งก่อให้เกิดโรคไตอักเสบเรื้อรังได้

                     สารโมโนเบนโซน  มีฤทธิ์ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีได้  แต่เนื่องจากดูดซึมและแพร่กระจายได้ดี  จึงทำให้เกิดวงด่างขาว และลามไปเกิดในบริเวณใกล้เคียง

     ที่ไม่ได้ทายา

 

                     สารสเตียรอยด์  เป็นสารประเภทฮอร์โมนที่ช่วยลดการส่งเม็ดสีจากเซลล์สร้างเม็ดสี สู่เซลล์ผิวหนัง แต่ตัวสารสเตียรอยด์มีสูตรโครงสร้างเหมือนกับฮอร์โมน  จึงกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีตัวอื่นๆ ให้แปรปรวน เกิดฝ้าใหม่รอบๆ และยังกระตุ้นให้เกิดการอุดตัน คั่งค้างของต่อมไขมัน  ทำให้เกิดสิวที่เรียกว่า  Steroid Acne

 

 

การรักษาฝ้า

                     การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี โดยไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี

                     การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการกระจายเม็ดสี

                     การใช้ยาที่เร่งการกำจัดเม็ดสี

                     การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้ามากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงพอ และหลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด, เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน หรือ สารสเตียรอยด์

                     การขจัดฝ้า เช่น การลอกฝ้า, การเร่งผลัดเซลล์ผิว ด้วย AHA  Treatment และการใช้เครื่องมือ  เช่น เลเซอร์ ในรายที่แพทย์   เห็นสมควร                               

 

ฝ้ารักษาให้หายได้หรือไม่ ?

หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม โดยใช้เวลาในการรักษาที่เพียงพอแล้ว พบว่าฝ้าสามารถจางลงไปได้ คือ จะมีลักษณะสีสม่ำเสมอและกลมกลืนกับสีผิวปกติ แต่ฝ้าอาจเกิดขึ้นใหม่ได้อีก ถ้าถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยต่างๆดังที่กล่าวมาแล้ว

 

guest

Post : 2011-08-10 22:14:07.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เครื่องสำอางยิ่งแพงยิ่งดี จริงหรือไม่

เครื่องสำอางยิ่งแพงยิ่งดี จริงหรือไม่

 

เครื่องสำอางที่แพงที่สุด  อาจไม่ใช่เครื่องสำอางที่ดีที่สุดหรือ เหมาะสมที่สุด

สำหรับตัวคุณสารเคมีหลักๆในเครื่องสำอางแต่ละยี่ห้อ จะมีราคาไม่แพงนัก 

ส่วนที่แพงคือ Active Ingredient และน้ำหอมที่ผสมเข้าไป  ร่วมกับชื่อเสียงของ

ผู้ผลิตเครื่องสำอาง  และค่าใช้จ่ายในการโฆษณา  และกล่องที่ดีไซน์อย่างสวยหรู

        

อย่างไรก็ตาม  เครื่องสำอางชื่อเสียงดีมักมีการควบคุมการผลิตให้อยู่ในมาตรฐาน

ได้ดีกว่าเครื่องสำอางประเภทกวนเอง ขายเองตามห้องแถว

 

ไม่มีครีมให้ความชุ่มชื้น (moisturizers)  หรือครีมหล่อเลี้ยงตัวใดที่จะคืน

ความหนุ่มสาวให้แก่ผิวพรรณของคุณที่เหี่ยวย่น หย่อนยานไปแล้วได้  

เพราะผิวหนังเหี่ยว แก่นี้ เกิดจากแสงแดด

 

หนทางที่ดีที่สุดที่จะป้องกันรอยเหี่ยวย่น คือ การหลบเลี่ยงแสงแดดร่วมไปกับ

การใช้ยากันแดด ครีมให้ความชุ่มชื้นนั้น  หากเหนียวเหนอะเกินไป  อาจทำให้

เกิดสิวหัวขาว และ หัวดำ ตามใบหน้าได้ด้วย

guest

Post : 2011-08-10 22:12:31.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เครื่องสำอางที่ใช้แล้วไม่แพ้มีจริงหรือ

 เครื่องสำอางที่ใช้แล้วไม่แพ้มีจริงหรือ

 

ตามความเป็นจริงแล้วการแพ้เครื่องสำอางพบได้น้อย  และมักเป็นปฏิกิริยาที่เกิด

เนื่องจากคนที่แพ้เครื่องสำอาง  แพ้สารเคมีตัวใดตัวหนึ่งหรือหลายตัวในเครื่องสำอาง

 เมื่อเครื่องสำอางยี่ห้อใดก็ตามที่มีการติดฉลากไว้ว่า  hypoallergenic ซึ่งแปลว่า 

มีโอกาสแพ้ได้น้อย      ผู้ซื้อย่อมเกิดความรู้สึกว่าเมื่อใช้เครื่องสำอางนั้นแล้วจะไม่แพ้

หรือ มีโอกาสแพ้น้อยกว่าเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นที่ไม่ได้ติดฉลากคำนี้ไว้   แต่จากข้อเท็จ

จริงนั้นไม่เป็นจริงในทุกกรณีไป

 

เมื่อประมาณ 40 กว่าปีมาแล้ว  ผู้ผลิตเครื่องสำอางบางรายได้ผลิตเครื่องสำอางที่

ปราศจากส่วนผสมของสารเคมีที่มีโอกาสแพ้ได้บ่อย  เช่น กลิ่นหอม (fragrance) 

บางชนิด  เครื่องสำอางเหล่านี้ได้ชื่อว่า  hypoallergenic  เนื่องจากเครื่องสำอาง

เช่นที่ว่านี้ได้รับความนิยมจากตลาดเครื่องสำอางมาก  ดังนั้น  บริษัทเครื่องสำอาง

ส่วนใหญ่จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใส่ส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการแพ้

 

แท้ที่จริงแล้ว  บริษัทเครื่องสำอางใหญ่ๆ แทบทุกบริษัทในขณะนี้  ก็ได้พยายามผลิต

เครื่องสำอางที่ใช้แล้วแพ้น้อยที่สุด   เพราะบริษัทย่อมไม่อยากผลิตเครื่องสำอางที่ใช้

แล้วแพ้ง่ายออกวางขายแก่ผู้ใช้   เพราะย่อมหมายถึงความล่มจมของบริษัทนั่นเอง

 

ที่ต้องขอย้ำไว้ คือ  ส่วนใหญ่เรามักเข้าใจว่าเครื่องสำอางที่ได้ชื่อว่า  hypoallergenic 

นั้นจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้  แท้ที่จริงแล้วคำว่า  hypoallergenic หมายความว่า  ผู้ผลิต

เครื่องสำอางได้พยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทราบว่าก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ให้มากที่สุด

เท่าที่จะมากได้   แต่ก็ยังไม่มีบริษัทใดที่สามารถผลิตเครื่องสำอางที่ใช้แล้วไม่เกิดอาการ

แพ้เลย (non allergenic)  ได้

 

ที่มาหนังสือ ผู้หญิง กับเครื่องสำอาง  มุมมองของแพทย์ผิวหนัง , นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร  สำนักพิมพ์โฮลิสติก

guest

Post : 2011-07-28 11:53:48.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  การขอรหัสผู้ประกอบการ

 

 

 

การขอรหัสผู้ประกอบการ

(กรณีผู้ประกอบการรายใหม่ยื่นครั้งแรกเท่านั้น)

       

 

ขั้นตอนการยื่นคำขอ

ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารตามข้อ 4.3 ไปยื่นได้ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ   สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งท้องที่ที่สำนักงานประกอบกิจการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าตั้งอยู่ โดยดำเนินการดังนี้

-  ยื่นเรื่องที่ช่องบริการที่ 27 (กรณียื่นที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ)

-  รอผลการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่

-  กรณีไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะเรียกพบและแจ้งข้อบกพร่อง เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้วให้ดำเนินการใหม่ แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ให้รับเรื่องคืน

-  กรณีถูกต้องให้รับเอกสารแนบท้ายการรับแจ้งการประกอบกิจการด้านเครื่องสำอาง ซึ่งระบุรหัสผู้ประกอบการไว้ เพื่อใช้กรอกในการยื่นแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางควบคุมทุกครั้ง

 

 

 

 

 

เอกสารหลักฐานประกอบคำขอรหัสผู้ประกอบการ

1.  แบบคำขอกำหนดรหัสประจำัวผู้ประกอบการ 1 ชุด จำนวน 2 หน้า

2.  สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของสถานประกอบการ

3.  สำเนาทะเบียนบ้านที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และสถานที่เก็บ

4.  สำเนาหนังสือมอบอำนาจที่เจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองแล้วครบทุกหน้า

5.  แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และแผนผังสถานประกอบการ

6.  เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาหนังสือจัดตั้งคณะบุคคล(ในกรณีเป็นคณะบุคคล)เป็นต้น

หมายเหตุ

การกรอกข้อความตามเอกสาร โปรดใช้ตัวพิมพ์หากเป็นตัวเขียนจะต้องเขียนตัวบรรจงให้อ่านได้ชัดเจนและจะต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกฉบับที่เป็นสำเนา

 

ขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา

 

1 | 2 다음 끝

 

 รับผลิต สบู่ก้อน สบู่น้ำมัน สบู่กลีเซอรีน เวชสำอางค์ ผลิตครีม รับผลิตครีม รับสร้างแบรนด์ ขายส่งครีม เป็นกิโล คุณภาพภายใต้มาตรฐาน ถูกต้องตามกฎระเบียบ อย.